5/DEC/09
บินมาปีครึ่ง แต่ก็ยังมีบางเมืองที่เพิ่งจะเคยไป ปูซาน ได้ยินมานาน ว่าปูน่าทาน หาดทรายสะอ้าน บิกินี่ละลาน มาถึงแต่เช้า แต่มาหน้าหนาว จบข่าวจ้ะ
(ปูซานหรือสลัมบอมเบย์ครับ)
พี่รุ่นๆเดียวกันที่มาด้วย สองสาวมาเที่ยวด้วยกัน อีกคู่ พี่สจ๊วตแลกมากับแอร์เกาหลี (จีบกันด้วยภาษาอังกฤษ)…..
เลยนัดไปกะพวกพี่ซีเนียร์ๆแทน แต่ขอนอนเอาแรงก่อนเพราะบินมาทั้งคืน
ปูซานอยู่ใต้สุดประเทศ ติดทะเล นั่งเรือข้ามไปญี่ปุ่นเมือง ฟุกุโอกะได้ ภายในครึ่งชั่วโมง เป็นเมืองที่น่า(พาพ่อแม่ผม)มาเที่ยวมาก
1. คนไทยไม่ต้องขอ VISA เพราะในอดีตไทยเคยส่งทหารมาช่วยรบที่เกาหลีตั้งแต่ปี 2493-2497 (ช่วงสงครามเย็น หลัง WW II)
2.ไฟลท์บินมาปูซานมีน้อย บางไฟลท์มาทีค้างรวด3คืน ถ้าพาพ่อแม่นั่งเครื่องมา ตั๋วลดราคา แล้วยังพักฟรีอีก
3.โรงแรมอยู่ใจกลางเมือง ไม่เหมือน อินชอน ต้องนั่งรถเข้าเมืองเป็นชั่วโมง
(วิวจากหน้าต่างห้อง หาดอยู่เพียงเอื้อม หากแต่หนาวนี้ใครจะใคร่ออกไปรับลมทะเล)
ตื่นบ่าย2 ออกไปสำรวจเมืองในอากาศเฉียดๆศูนย์องศา ดีที่แดดจ้า ฟ้าเปิด
มาเกาหลีบ่อยก็จริง แ่ต่เดินตลาดสด อาหารการกินบ้่านๆ ราคาย่อมเยาว์ มันไม่มีให้กินที่เมืองสนามบินอย่างอินชอนน่ะครับ
สั่งซุปกิมจิ , ซุปเต้าหู้ อย่างละหม้อ กับ หมูผัดพริก ส่วนอีกเต็มโต๊ะนั่นเครื่องเคียงที่เค้าแถมให้ฟรี
พี่หัวหน้าผมบอก ผมก็เพิ่งสังเกต เค้าแถมให้ตามปริมาณคนกิน ไม่มากไปไม่้น้อยไป พอดีๆ
ความพอดีก็ต้องใช้ความพิถีพิถันนะบางที
(อันนี้ให้ทายว่ากินกี่คน)
แกงร้อนๆ แก้หนาว หมูเผ็ดๆ กะกิมจิจืดๆ ผักฉ่ำๆเป็นใบๆ รสชาติลงตัว สบายทั้งท้องทั้งกระเป๋า
…
เมื่ออิ่มท้องก็ออกลาดตระเวนตามลำพัง
เดินดุ่ยๆมีจุดหมายมั่งไม่มีมั่ง ดูข้างทาง ข้างทางที่ไม่ได้ตั้งใจสร้างไว้ให้คนต่างถิ่นดู
เดินเพลินเพราะไม่ร้อน แถมต้องเดินอยู่เรื่อยๆไม่งั้นจะหนาวซะอีก
จะว่าไปอากาศน่าออกกำลังกายมาก ข้างทางบางทีมีคนเอาถุงมือมาขว้างรับลูกเบสบอลกัน เตะบอลเดาะบอลกันไปมาบ้าง
หลงมาจนถึงโรงเรีัยนมัธยม …ดูสนามฟุตบอลโรงเรียนป่าเขาบ้านเค้า
ในเมืองแออัด แต่ยังพอเผื่อที่ไว้ปลูก
หลงมาจนถึงวัดแห่งหนึ่งบนเขา เงียบเหงาจนนึกว่าปิดทำการ หากแต่แลอาม่าท่านหนึ่งย่องเงียบ หายเข้าข้างอุโบสถไปอย่างเชียบๆ หลังทำการกดชัตเตอร์ดะประสากล้องดิจิตอลทั่วอาณาบริเวณวัด ผมจึงย่างกรายตามคุณยายเข้าช่องลับ
ภายในเงียบกริบ
จนผมเหยียบแผ่นไม้ดังแกร่บ! นั่นแหละ
อาม่าสามสี่ม่านั่งสงบสติสมาธิบังเกิดมานานเท่าไหร่ไม่อาจทราบ ทว่าในยามโพล้เพล้ภายในอุโบสถแสงสลัว เบื้องหน้าเทวรูป พระพุทธรูปนานา ลวดลายเขียวมรกตดุจนกยูงรำแพนปกคลุมแทนหลังคา
เป็นที่เงียบสงัดหาที่ใดเสมอเหมือน… กลางมหานครอันวุ่นวาย
ผมมิอาจกดชัตเตอร์ ด้วยเกรงจะทำลายสิ่งที่กำลังดำรงอยู่
หลังจากนั้นผมก็ยังไม่หยุดกระแดะครับ เดินแร่ดถ่ายรูปไปเรื่อยจนมืดค่ำ
สุดท้ายนี้ สงสัยมาก….ทำไมมันต้องไปอยู่บนนั้นอะคับ?
















อิจฉา แอร์ – สจ๊วต มากๆ
ได้ไปถ่ายรูปต่างประเทศบ๊อยบ่อย
อยากไปมั่งอะมึง
อยากกินปลาไหล
นมกล้วย
จบแล้วเหรอ โถ่
รูปสุดท้ายเหมือนเมืองใน Big fish ล่ะมั้งฮะ ต้องโยนรองเท้าขึ้นไป
ไม่อาววววว นู๋จะอาวบิกินี่อ่าาาาาา!!
นามบัตรปูไปถึงไม่ทัน เซ็ง…